สายดินบ้านพักอาศัย ตอน การต่อสายดินที่ถูกต้อง ตามการไฟฟ้ากำหนด(มีรูปประกอบ)


โมเดล จูล่ง ( เห็นทวนแล้วนึกถึงหลักดิน ^^")
ภาพจาก  samkokwiki.com




เรื่องนี้ผมไม่กล้าพูดเองดอก ต้องยึดตามข้อกำหนดของการไฟฟ้า

วิธีติดตั้งระบบสายดินที่ถูกต้อง
ที่มา : http://www.mea.or.th/content/detail/123/310/217

( พยายามหารูปประกอบนะ )
1. จุดต่อลงดินของระบบไฟฟ้า (จุดต่อลงดินของเส้นศูนย์หรือนิวทรัล)
ต้องอยู่ด้านไฟเข้าของเครื่องตัดวงจรตัวแรกของตู้เมนสวิตช์
สายศูนย์(เส้นฟ้า) มาเชื่อมกับสายดิน(เส้นเขียว) ที่บาร์ก่อน
แล้วค่อยต่อเข้ากับ เครื่องตัดวงจรตัวแรกของตู้เมนสวิตช์(เมนเบรคเกอร์)

ภาพจาก  chiangmaiaircare.com



2. ภายในอาคารหลังเดียวกันไม่ควรมีจุดต่อลงดินมากกว่า 1 จุด
เจ้าของบ้านต่อสายดินของเครื่องทำน้ำอุ่น ลงหลักดินเพิ่มเป็นจุดที่ 2 <--ผิดหลัก
(หลักดิน 2 แท่งเชื่อมกันก่อนหน้า เป็นเทคนิคลดความต้านทาน ยังถือว่าเป็นจุดลงดินจุดเดียว)

ภาพจาก  สมาชิกหมายเลข 1763791@Pantip.com



3. สายดินและสายเส้นศูนย์สามารถต่อร่วมกันได้เพียงแห่งเดียว
ที่จุดต่อลงดินภายในตู้เมนสวิตช์ ห้ามต่อร่วมกันในที่อื่น ๆ อีก
เช่น ในแผงสวิตช์ย่อยจะต้องมีขั้วสายดินแยกจากขั้วต่อสายศูนย์ และห้ามต่อถึงกันโดยมีฉนวนคั่นระหว่างขั้วต่อสายเส้นศูนย์กับตัวตู้ซึ่งต่อกับขั้วต่อสายดิน
สายเส้นศูนย์(Neutral) จากมิเตอร์ไฟ จะมาเจอกับ สายดิน(เส้นสีเขียว) ที่กราวด์บาร์ จุดเดียวเท่านั้น
ภาพจาก  KanichiKoong@bloggang.com



4. ตู้เมนสวิตช์สำหรับห้องชุดของอาคารชุดและตู้แผงสวิตช์ประจำชั้นของอาคารชุด
ให้ถือว่าเป็นแผงสวิตช์ย่อย ห้ามต่อสายเส้นศูนย์ และสายดินร่วมกัน
ตู้ไฟห้องพักชั้น 2
ภาพจาก baanpunisa.com



5. ไม่ควรต่อโครงโลหะของเครื่องใช้ไฟฟ้าลงดินโดยตรง
แต่ถ้าได้ดำเนินการไปแล้วให้แก้ไขโดยมีการต่อลงดินที่เมนสวิตย์อย่างถูกต้อง แล้วเดินสายดินจากเมนสวิตช์มาต่อร่วมกับสายดินที่ใช้อยู่เดิม
เวลาซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า ถ้าแถมสายดินแบบนี้มาให้  ไม่ควรต่อลงดินโดยตรง
ควรเป็นสายดินที่ผ่านเมนสวิตย์อย่างข้อ1และ3

ภาพจาก Aezlogez@Pantip.com



6. ไม่ควรใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์ชนิด 120/240 V กับระบบไฟ 220 V เพราะพิกัด IC จะลดลงประมาณครึ่งหนึ่ง
เซอร์กิตเบรกเกอร์ชนิด 220/240V
ภาพจาก flowtechworld.com
หมายเหตุ
IC คือ พิกัดการตัดกระแสลัดวงจร (Interrupting Capacity)
ความสามารถในการตัดกระแสไฟฟ้าลัดวงจรของ อุปกรณ์ป้องกันได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ทำให้อุปกรณ์ ป้องกันนั้นเสียหายหรือไหม้ลุกลาม
โดยทั่วไปแล้ว IC จะมี หน่วยเป็น kA หรือ กิโลแอมแปร์ ซึ่งเป็นหน่วยของ 1,000 แอมแปร์

ค่าพิกัดของการตัดกระแสลัดวงจรนี้จะขึ้นอยู่กับ มาตรฐานอ้างอิงและแรงดันที่ใช้ในการทดสอบ
เช่น ฟิวส์ หรือเบรกเกอร์ที่มีพิกัด IC = 10 kA ที่แรงดันทดสอบ 120 V หากนำไปทดสอบที่แรงดัน 240 V อาจมีพิกัด IC เหลือเพียง 5 kA เป็นต้น

พิกัด IC หรือ AIC = 10 kA หมายถึง สามารถตัดกระแสลัดวงจรได้สูงถึง 10,000 แอมป์

ที่มา : http://www.chiangmaiaircare.com/พิกัดการตัดกระแสลัดวงจร-interrupting-capacity/



7. การติดตั้งเครื่องตัดไฟรั่ว จะเสริมการป้องกันให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
เช่น กรณีที่มักจะมีน้ำท่วมขัง หรือกรณีสายดินขาด เป็นต้น และจุดต่อลงดินต้องอยู่ด้านไฟเข้าของเครื่องตัดไฟรั่วเสมอ


เครื่องตัดไฟรั่ว RCD (Residual Current Device : RCD)
เราอาจจะนึกถึงเซฟทีคัท ซึ่งเป็นกล่องแยกต่างหากออกมา บางคนว่าดูเทอะทะ ไม่สวยงาม


ถ้าเครื่องตัดไฟจะเทอะทะแบบนั้น มีตัวเลือกที่สวยงามกว่าเยอะ  เข้ากับตู้ไฟอย่างเนียน

เครื่องตัดไฟรั่ว RCD
ภาพจาก คลิปRCD เครื่องตัดไฟรั่ว@YouTube
RCD แบ่งเป็น
RCBO (Residual Circuit Breaker with OverLoad) ตัดกระแสไฟรั่ว  ไฟเกิน  และกระแสไฟฟ้าลัดวงจร
RCCB (Residual Current Circuit Breaker) ตัดกระแสไฟรั่ว   แต่ไม่สามารถตัด ไฟเกิน  และกระแสไฟฟ้าลัดวงจร

ดู 2 คลิปล่างนี้ของการไฟฟ้า จะรู้จักเครื่องตัดไฟรั่วมากขึ้น

ชื่อคลิป : RCD คืออะไรและมีความจำเป็นอย่างไร



ชื่อคลิป : RCD เครื่องตัดไฟรั่ว


ยังมีอีกชื่อที่ชวนปวดหัว คือ ELCB (Earth Leak Circuit Breaker)
การทำงานเขาเหมือนกับ RCCB

ถ้าจะหาความต่างอย่างละเอียดอาจจะต้องแยกไปอีกบทเลย
สรุปสั้นมากจากคลิป
ชื่อคลิป : difference between elcb and rccb | ELCB vs RCCB | ELCB vs RCD

ELCB = Voltage  operated
RCCB = Current  operated



8. ถ้าตู้เมนสวิตช์ไม่มีขั้วต่อสายดินและขั้วต่อสายเส้นศูนย์แยกออกจากกัน
เครื่องตัดไฟรั่วจะต่อใช้ได้เฉพาะวงจรย่อยเท่านั้น จะใช้ตัวเดียวป้องกันทั้งระบบไม่ได้
ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร เอาเป็นว่า ถ้าติดตั้งเครื่องตัดไฟรั่ว ไม่ใช่แบบนี้ถือว่า  ผิด
ภาพจาก  megalight-thailand.com



9. วงจรสายดินที่ถูกต้องในสภาวะปกติจะต้องไม่มีกระแสไฟฟ้าไหล
ภาพจาก  facebook.com/ElectricalRm
ถ้ามีไฟอาจเกิดจาก
- ไฟรั่ว
- ต่อวงจรผิด
- ปักหลักดินมากกว่า1จุด



10. ถ้าเดินสายไฟในท่อโลหะ จะต้องเดินสายดินในท่อโลหะนั้นด้วย
การตกแต่งสไตล์ลอฟท์
ภาพจาก  peoliew.blogspot.com



11. ดวงโคมไฟฟ้าและอุปกรณ์ติดตั้งที่เป็นโลหะควรต่อลงดิน
มิฉะนั้นต้องอยู่เกินระยะที่บุคคลทั่วไปสัมผัสไม่ถึง (สูง 2.40 เมตร หรือห่าง 1.50 เมตร ในแนวราบ)
จากเงื่อนไขที่กำหนด โคมไฟนี้เข้าข่าย ทั้งสูงทั้งห่างเอื้อมไม่ถึงแน่ ^^"
ภาพจาก  salehomeonline.com


12. ขนาดและชนิดของอุปกรณ์ระบบสายดิน
ต้องเป็นไปตามมาตรฐานกฎการเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวง

มาตรฐานหลักดินตาม ว.ส.ท. แท่งเหล็กหุ้มด้วยทองแดง (copperbonded ground rod ) หรือแท่งทองแดง (solid copper) หรือแท่งเหล็กอาบสังกะสี (hot-dip galvanized steel)
ต้องมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า 5/8 นิ้ว (ขนาดโดยประมาณ 0.560 นิ้ว หรือ 14.20 มม. สำหรับแท่งเหล็กหุ้มด้วยทองแดง และ 0.625 นิ้ว หรือ 15.87 มม. สำหรับแท่งเหล็กอาบสังกะสี)
ยาวไม่น้อยกว่า 2.4 เมตร

หมายเหตุ
ว.ส.ท. ย่อมาจาก  วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

ที่มา : http://www.electric-factories.com/how-to-choose-rod-size/


หลักดินยาวไม่น้อยกว่า 2.4 เมตร
ภาพจาก  thaitechno.net

หลักดิน 8 ฟุต
ภาพจาก  Firer2T@oknation.nationtv.tv

การเลือกขนาดสายดิน ฉบับปรับปรุง
ภาพและที่มา : การหาขนาดสายดินของโหลดตามมาตรฐานใหม่ EIT-2001-56
https://www.facebook.com/PhaenkFifaKalangWithyalayThekhnikhSukhothay/posts/550197871713863

เรื่องไฟฟ้า ซับซ้อนยุ่งยากและอันตรายเหลือเกิน ข้าพเจ้าขอยอมแพ้  ขอเรียกใช้บริการช่างจากการไฟฟ้าดีที่สุด (ถึงเจ้าหน้าที่ไม่มาเอง แต่คนที่ส่งมาก็ยังมั่นใจกว่าช่างทั่วไป)

อย่างน้อยความรู้พวกนี้ก็เอาไปชี้จุดผิด จุดอันตรายทั้งบ้านเราบ้านเพื่อน และบ้านคนอื่น ได้บ้างล่ะ




www.iseeHOMEcomplex.com

มีอะไรให้แก้ไขเพิ่มเติม บอกได้ครับ

ขอบคุณครับ ^_____^





ความคิดเห็น